“กฎเหล็ก” ไม่ยอมให้นักเรียน แต่งกายตามหลักศาสนา

จากกรณีที่มีข้อพิพาทระหว่าง ผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลปัตตานี กับ สถานศึกษา ในเรื่องที่ต้องการให้เด็กนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลาม สามารถแต่งกายตามแบบอย่างมุสลิม เพื่อให้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม แต่ก็เกิดการคัดค้านจากโรงเรียนได้ออกคำสั่งห้ามนักเรียน สวมใส่ผ้าคลุมผม (ฮิญาบ) มาเรียน เนื่องจากโรงเรียนอ้างว่า โรงเรียนอนุบาลปัตตานี เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่บนที่ธรณีสงฆ์ของวัดนพวงศาราม เป็นปัญหายืดเยื้อมานาน

โดยทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนแต่งกายตามหลักศาสนาได้ ต้องแต่งเครื่องแบบตามระเบียบของโรงเรียนเท่านั้น อ้างว่าโรงเรียนตั้งมา 50 ปี ไม่เคยมีปัญหา และทั้งนักเรียนและผู้ปกครองก็ทราบกฎเหล็กข้อนี้ดีตั้งแต่ก่อนสอบเข้าเรียน จึงต้องยอมรับ ทำให้ผู้ปกครองบางรายได้ร่วมตัวกันเรียกร้องให้โรงเรียนทำตามกฎ การแต่งเครื่องแบบนักเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน ที่ให้นักเรียนสามารถแต่งกายให้ถูกต้องตามแบบอย่างอิสลามได้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.61

.

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ปกครองของนักเรียน 20 ราย รวมตัวลงนามยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครองจังหวัดสงขลา เพื่อให้ศาลปกครองคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเด็กตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ ในการปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลาม โดยศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 ให้ทุเลาการ บั ง คั บ ตามระเบียบโรงเรียนอนุบาลปัตตานี วัดนพวงศาราม ว่าด้วยการการควบคุม และดูแลความประพฤติ การลงโทษ และการตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียน พ.ศ.2561 ที่ให้แต่งเครื่องแบบนักเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน และ โ อ น มาอยู่ในความรับผิดชอบของศาลปกครองยะลา

.

ศาลพิจารณาคดีนี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 มี.ค.65 และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 21 เม.ย. 65 โดยศาลตัดสินให้ผู้ฟ้องคดี กับพวกรวม 20 คน ชนะ กระทรวงศึกษาธิการที่ 1 กับพวกรวม 2 คน โดยคำสั่งศาลปกครองดังกล่าว ทำให้ผู้ปกครองดีใจที่ลูกหลานของตนเองสามารถที่จะสวมเครื่องแต่งกายตามแบบอิสลามได้ในช่วงเปิดเทอมการศึกษา 1/2565 นี้

แต่เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันโรงเรียนเปิดการเรียนการสอน ที่ 1/2565 ปรากฏว่า โรงเรียนอนุบาลปัตตานี ได้ออกคำสั่งมติที่ประชุมว่า มีมติให้อุทธรณ์คำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 9/2565 ต่อศาลปกครองสูงสุด เพราะถือว่าคดียังไม่สิ้นสุดจนกว่า ศาลปกครองจะมีคำสั่งไม่รับ อุทธรณ์ หรือมีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

ส่วนคำพิพากษาศาลปกครองจังหวัดยะลา นั้น มีผลเพียงผู้ฟ้องคดีทั้ง 20 รายเท่านั้น ส่วนนักเรียนรายอื่นที่จะแต่งกายตามข้อกำหนดของหลักศาสนาได้ ต้องรอจนกว่าศาลปกครองจะมีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดหรือมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คดีนี้ กล่าวคือ ไม่อนุญาตให้นักเรียนแต่งกายตามแบบอิสลามเข้ามาเรียนได้ ยกเว้นผู้ฟ้องคดีทั้ง 20 รายเท่านั้น สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ปกครองอย่างมาก

ด้านศูนย์พิทักษ์ธรรม นำโดยนายสายัณห์ สุขจันทร์ ประธานศูนย์พิทักษ์ธรรม ได้ทำประกาศเชิญชวนผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลปัตตานี พร้อมด้วย ผู้นำศาสนา และกลุ่มภาคประชาสังคม มาร่วมตัวกันที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ในวันที่ 25 พ.ค.ที่จะถึงนี้ เพื่อประชุมวางแผนในการยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เพื่อดำเนินการขับ ไ ล่ ผอ.โรงเรียนออกจากโรงเรียน ในฐานที่ไม่เคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของการเป็นพลเมืองไทย พร้อมทั้งจะมีการปราศรัยบนรถ แ ห่ ข ย า ย เ สี ย ง หน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ที่เดินทางเข้าร่วมกว่า 3 พันคน

#ศาสนา
#โรงเรียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น