สาวชิ่ง 3 แสน ยอมรับแล้ว

จากกรณี น.ส.วรรณ อายุ 40 ปี แ ม่ ค้ า เจ้าของธุรกิจใน จ.สมุทรสาคร ร้องผู้สื่อข่าว ว่าได้ โ อ น เ งิ น จำนวน 293,439 บาท ผิดบัญชี เ งิ น ไปเข้าบัญชีของหญิงชาวจังหวัดบุรีรัมย์ และต้องลำบากเพราะติดต่อประสานงานกับธนาคาร ทั้งใช้วิธีโทรผ่านคอลเซ็นเตอร์ และไปติดต่อธนาคารสาขา ก ลั บ โยนกันไปมา สุดท้ายได้แค่รับเรื่องไว้ ไม่มีการอายัด เ งิ น ไว้ให้ได้ ต้องวิ่งหาสืบสวนข้อมูลเอง จนสามารถได้ เ งิ น ก ลั บ คืนมา 160,000 บาท ที่ เ ห ลื อ สาวเจ้าของบัญชีปลายทางบอก ”ใช้หมดแล้ว ยอมติดคุก”

เหตุการณ์ดังกล่าวประชาชนทั่วไปต่างให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ขณะที่โลกโซเชียลของชาวจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดอื่นๆ ต่างออกมารุมประณาม นางเสาวณีย์ เหมือนเป็นการกดดันให้ออกมารับผิดชอบกับการกระทำ เนื่องจากหลบหนี ซ่อนตัวไม่ให้ใครพบเห็นและไม่ยอมรับผิดชอบ

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 พ.ค.) นางเสาวณีย์ ได้ออกมายอมเปิดปากทั้งน้ำตากับผู้สื่อข่าว ว่ารู้สึกผิดและรู้สึก เ สี ย ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับผิดทุกกรณี และได้โทรศัพท์หาเจ้าของ เ งิ น แล้ว

เบื้องต้นจะเอาทะเบียนรถจักร ย า นยนต์ที่ลูกสาวเอา เ งิ น 20,000 ไปปิดมา เอาไปเข้าไฟแนนซ์คืน แล้วจะ โ อ น ก ลั บ ไปให้เจ้าของ เ งิ น ทันที ส่วนที่ เ ห ลื อ อีกประมาณ 110,000 เศษ จะขอทำงานผ่อนชำระให้ และ อ ย า ก จะฝากถึงผู้ที่คิดจะ ทำ แ บ บ นี้ ให้เลิกคิด เ งิ น ของเ ข า ย ังไงก็เป็นของเขา ที่ผ่านมาหลังเกิดเรื่อง รู้สึกเป็นจำเลยสังคม อยู่อย่างลำบากแทบ ฆ่ า ตัว ต า ย

ด้าน น.ส.วิราวรรณ เจ้าของ เ งิ น ที่ โ อ น ผิด บอกว่า วันนี้ น.ส.เสาวนีย์ ได้โทรศัพท์เข้ามาว่าขอโทษ และ อ ย า ก จะขอโอกาส ก ลั บ ตัว ข้อเสนอดังกล่าวที่จะ โ อ น เ งิ น มา 20,000 บาท และขอโทษ ตนรับขอโทษ

แต่ส่วนหนึ่งก็ อ ย า ก ให้ได้รับผลที่กระทำไป โดยเฉพาะการพูดแบบขวานผ่าซากว่า “ใช้ เ งิ น หมดแล้ว จะยอมติดคุก” ทั้งนี้ จะต้องมาเจรจาพูดกันเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ ตำ ร ว จ ต อ น นี้ ยังไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้เห็นแววตากันว่ามีแววตาที่จริงใจในการขอโทษหรือไม่

#สาวชิ่งสามแสน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น