เปิดชีวิตหนูน้อยหัวใจเหล็ก

นับเป็นหนึ่งในโรคที่คนไทยรับรู้ว่า เมื่อใครก็ตามหรือคนใกล้ชิดในครอบครัวที่ตรวจพบว่า ป่ ว ย เป็นโรคมะเร็ง วิธีการ รั ก ษ า หนึ่งอย่างก็คือ กำลังใจที่ดีและการคิดบวกเสมอ ๆ ไม่จมอยู่กับสภาวะของโรคจนเกิดความ เ ค รี ย ด เพราะกำลังใจดี ๆสามารถที่จะต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง หรือต้านเซลล์ร้ายไม่ให้ลุกลามได้

เช่นเดียวกับ “น้องต้องแต้ง” หรือ นายภูวมินทร์ ผุยเต้า อายุ 19 ปี ชาวขอนแก่น นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้สัมภาษณ์ผ่านแฟนเพจเรื่องเล่าเช้านี้ เปิดเผยว่า ในช่วง ม.4 ตนเริ่มรู้ว่าตัวเองมีความผิดปกติทางใบหน้า ก็คือหน้าบวมและทำให้ผิดรูปไปจากปกติ แต่ไม่รู้สึกปวด อ ะ ไ ร จึงไปหาหมอที่คลินิก หมอที่คลินิกบอกว่าเป็นแค่ภูมิแพ้ อาจจะเป็นเพราะแพ้เครื่องสำอางก็ได้ เพราะตนชอบแต่งหน้า

จากนั้น เมื่อผ่านไป 1 ปี ใบหน้าก็เริ่มบวมขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องไปที่โรงพยาบาลเมืองพล จังหวัดขอนแก่น ก่อนจะส่งตัวไปที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น หมอนำเอาเนื้อไปตรวจ ซึ่งเจาะที่แก้มไปถึง 3 ครั้ง แต่ก็ไม่เจอ อ ะ ไ ร และในครั้งที่ 4 หมอผ่าเอากระดูกกรามของแก้มข้างขวาไปตรวจ ผลปรากฏว่าพบเป็นมะเร็งต่อมน้ำลาย

“ตอนได้รู้ว่าเป็นมะเร็ง คือหนู ช็ อ ก ไปเลย และเริ่มรู้สึกกลัว เ ค รี ย ด แต่ก็มีผู้ปกครองคอยปลอบหนูว่าอย่า เ ค รี ย ด ๆ ทำตัวให้สบาย อายุยังน้อย รั ก ษ า หายได้ หนูมีกำลังใจดีเลย ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าวันไหนที่ตรวจเจอ เพราะไปหาหมอบ่อยมาก หมอก็จะนัดไปตรวจ สุ ข ภ า พ ทุกเดือน ๆ และจะตรวจดูว่ามะเร็งยังขึ้นอยู่หรือเปล่า” น้องต้องแต้ง เผยให้ฟัง

แต่สิ่งที่ผู้ปกครองของน้องต้องแต้ง ต้องแบกรับ คือ น่าจะเป็นเรื่องค่าใช้ จ่ า ย ในการเดินทาง เพราะบ้านมีฐานะยากจน เนื่องจากต้องเดินทางไป ก ลั บ โรงพยาบาลเพื่อฉายแสงไปแล้ว จำนวน 33 ครั้ง และต้องดูเซลล์มะเร็งขึ้นอีกหรือไม่ ถ้าขึ้นจะได้ให้คีโมต่อไป

ส่วนเรื่องใบหน้าและช่องปาก จะต้องให้ทันตแพทย์และหมอศัลยกรรมปรึกษากันก่อน ถ้ามะเร็งยังอยู่ก็อาจจะทำไม่ได้ เพราะต้องให้มะเร็งหายก่อน แสดงว่าอยู่ในระยะเฝ้าดูเซลล์มะเร็ง ทั้งนี้ แพทย์ได้แจ้งว่าสาเหตุมาจากพันธุกรรมนะในครอบครัว เพราะน้าของตน ป่ ว ย เป็นมะเร็งเนื้องอกในมดลูก และส่วนมากตนเป็นคนไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เป็นคนไม่ชอบกินผักด้วย

นอกจากนี้ น้องต้องแต้ง ยังกล่าวด้วยว่า “หนูอยากเป็นครู เพราะคุณครูเปรียบเสมือนคนหนึ่ง ที่สั่งสอนและให้ความรู้แก่เยาวชนและเด็ก ครูที่อยากเป็นคือ ครูนาฏศิลป์ค่ะ เป็นครูที่ท่ารำต่าง ๆ ให้กับเด็กและเยาวชนดู คอยให้ความรู้และความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมไทยค่ะ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้ และสืบสานวัฒนธรรมไทยอีกครั้งค่ะ”

“โรคไม่น่าจะหยุดความฝันหนูได้ เพราะหนูเป็นคนร่าเริง คิดบวก สนุกสนาน ไม่ เ ค รี ย ด มาก และคอยให้กำลังใจตัวเองเสมอค่ะ และตอนนั้นหนูไปขอใบคนพิการกับคุณหมอ แต่คุณหมอบอกว่าหนูไม่ได้จัดเป็นคนพิการด้วยค่ะ ถ้าทุกคนรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่สมบูรณ์แบบ หรือคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ แล้วรู้สึก เ สี ย ใจและท้อกับตัวเอง คนที่เป็นมะเร็งแบบหนูอยากจะบอกว่า ให้ทุกคนสู้ อย่าท้อกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ใน ต อ น นี้ แล้วก้าวต่อไป และคนที่อยากจะทำตามความฝัน หนูเชื่อว่าทำได้แน่นอน แค่พยายามทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ก็ขอให้ทำอย่างเต็มที่ ต่อให้ใครจะดูถูกหรือว่าเราเป็นอย่างไง ก็อย่าเก็บไปใส่ใจตัวเอง และทำต่อไปโดยไม่ต้องสนคำพูดของคนอื่น แม้ว่าใครจะมองว่าเราเป็นคนแบบไหน ก็ขอให้เป็นคนที่ดีของสังคมก็พอค่ะ” น้องต้องแต้ง กล่าวให้กำลังใจ

#น้องต้องแต้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น